| ข่าวที่ 1… |
บริษัทซีนีมาเซียร่วมกับแอพพลอส พิคเจอร์แห่งฮ่องกง จะลงมือถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องใหม่อีกเรื่องในเดือนตุลาคม โดยจะเป็นภาพยนตร์ที่มีรูปแบบต่างไปจากทั่วไป กล่าวคือ จะแยกกันสร้างใน 3 ประเทศ ที่เป็นหุ้นส่วน ไทย ฮ่องกง และเกาหลีใต้ แล้วนำมาตัดต่อเข้ากันอีกที โดยของแต่ละประเทศจะมีความยาวเท่ากัน 40 นาที และมีแนวเรื่องเหมือนกันคือสะท้อนสังคม ทั้งนี้ผู้ที่จะเป็นผู้กำกับส่วนของภาพยนตร์ที่เป็นของไทยคือ นนทรีย์ นิมิบุตร ของฮ่องกงคือ Teddy Chen ผู้โด่งดังจาก Purple Storm และของเกาหลี Kim Wee Jun ซึ่งผลงานหนังตลก Soul King ได้กลายเป็นภาพยนตร์ทำลายสถิติรายได้เกาหลี และยังประสบความสำเร็จในญี่ปุ่นและฮ่องกง
ซีนีมาเซียเป็นบริษัทสร้างภาพยนตร์ ก่อตั้งโดยนนทรีย์ นิมิบุตรและดวงกมล ลิ่มเจริญ และได้สร้างภาพยนตร์ร่วมกับแอพพลอส พิคเจอร์ไปแล้วสองเรื่อง คือ”จันดารา” ซึ่งถ่ายทำเสร็จแล้ว และ”มนต์รักทรานซิสเตอร์” ถ่ายทำได้ 70 เปอร์เซ็นต์
| ข่าวที่ 2… |
นครกัลกัตตาจะจัดงานเวทีนานาชาติสำหรับภาพยนตร์แนวใหม่ครั้งที่ 4 (The 4th International Forum of New Cinema) ระหว่างวันที่ 10 – 17 พฤศจิกายนศกนี้ โดยได้ส่งหนังสือเชิญชวนผู้สร้างภาพยนตร์ไทย ผ่านสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำอินเดีย ให้ไปร่วมงานด้วย งานนี้เดิมชื่อ งานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติแห่งนครกัลกัตตา (Calcutta International Film Festival) ผู้จัดได้แก่ Cine Central ซึ่งเป็นสมาคมของผู้รักภาพยนตร์ในนคร โดยจัดตั้งแต่ปี 2529 ครั้นพอถึงปี 2541 ได้เปลี่ยนรูปแบบงานใหม่ ให้เน้นการเป็นเวทีสำหรับภาพยนตร์แนวใหม่ หรือ new cinema ทั้งนี้เพื่อใช้ประโยชน์จากการที่ผู้จัดเป็นองค์กรอิสระ ดังนั้นจึงสามารถจัดให้งานรับภาพยนตร์ได้ทุกแบบและทุกประเภท
ภาพยนตร์ที่จะฉายที่งาน ควรเป็นผลงานของผู้สร้างภาพยนตร์หน้าใหม่ และมีความคิดใหม่ โดยจะต้องเป็นภาพยนตร์เรื่องยาวเท่านั้น สร้างแล้วเสร็จหลังวันที่ 1 มกราคม 2542 และมีซับไตเติ้ลภาษาอังกฤษ นอกจากนี้แล้ว งานนี้เป็นงานแสดงเท่านั้น ไม่มีการประกวด หมดเขตรับสมัครวันที่ 15 ตุลาคม และพริ้นท์ภาพยนตร์จะต้องส่งถึงผู้จัดงาน ผ่านสถานเอกอัครราชทูตแต่ละประเทศ ภายในวันที่ 25 ตุลาคม สนใจขอทราบรายละเอียดได้ที่สมาคมสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติ
| ข่าวที่ 3… |
น.ส.พ.เดอะ เนชั่นลงบทความเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่อง”สุริโยไท”ว่า ใช้เงินทุนสร้าง 500 ล้านบาท ในวงเงินนี้ 200 ล้านบาท เป็นงบสำหรับการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ซึ่งจะรวมทั้งการออกสินค้าจำนวน 28 รายการ เพื่อให้ผู้ชมภาพยนตร์ซื้อเป็นของที่ระลึก อาทิ เสื้อ หมวก กรอบรูป ที่เก็บนามบัตร ฯลฯ การออกโปสเตอร์ 15 แบบ เพื่อการปิดจะได้ไม่ซ้ำกัน เวลานำไปติดตามโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศทั้งหมดกว่า 300 แห่ง
และจะมีการแขวนผ้าแบนเนอร์หน้าโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ เริ่มในวันที่ 10 กรกฎาคม แต่ละชิ้นขนาด 1.5 x 2.5 เมตร การตั้งแผงโฆษณาตรงริมฟุตบาธทางเข้าโรง ขนาด 2 x 3.5 เมตร และการติดตั้งคัทเอ๊าท์ขนาดยักษ์ ความยาว 20 เมตร ตามจุดหลายจุดริมทางด่วน
เงินทุนสร้าง 500 ล้านบาทมาจากหลายแหล่ง รวมทั้งบริษัทบุญรอด บริวเวอรี่ ผู้ผลิตเบียร์ตราสิงห์ การบินไทย การปีโตรเลียมแห่งประเทศไทย องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย องค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ และยังกำลังมีการเจรจากับอีกหลายราย
| ข่าวที่ 4… |
เดอะ เนชั่นรายงานอีกว่า นอกจาก”สุริโยไท”จะเป็นภาพยนตร์ที่ใช้ทุนสร้างมากที่สุดแล้ว ยังจะเป็นภาพยนตร์ที่ได้พยายามอย่างที่สุด ในการจำลองพระราชประวัติของพระราชินีพระองค์หนึ่งของกรุงศรีอยุธยา ให้ใกล้เคียงความจริงเท่าที่จะทำได้ โดยก่อนการถ่ายทำ ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล ในฐานะผู้กำกับ ทรงใช้เวลากว่า 5 ปี วิจัยเรื่องราวเกี่ยวกับสมัยนั้น โดยทรงทำงานร่วมกับนักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดีหลายนาย รวมทั้งดร.สุเนตร ชุตินธรานนท์ อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์พม่า
และนับตั้งแต่เริ่มต้น “สุริโยไท”เป็นภาพยนตร์ที่ถูกกำหนดให้มีการจัดจำหน่ายในต่างประเทศ ดังนั้นจึงต้องสร้างตามมาตรฐานการสร้างภาพยนตร์ที่สูงที่สุด เพื่อให้ได้เป็นตามนี้ ม.จ. ชาตรีเฉลิมได้รวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากทั้งในและต่างประเทศ โดยในส่วนที่เป็นชาวต่างประเทศ ได้แก่ ไอกอร์ ลูเธอร์ ตากล้องชาวเยอรมัน ริชาร์ด ฮาร์วี่ย์ ผู้ประพันธ์เพลงชาวอังกฤษ และคอลิน กรีน ผู้ตัดต่อชาวอังกฤษ
ได้มีการฉายตัวอย่างของ”สุริโยไท”แล้ว ที่งานมหกรรมภาพยนตร์แห่งคานส์ และทั้งนิวไลน์ และมิราแม็กซ์ สองผู้จัดจำหน่ายรายใหญ่ของฮอลลีวูด ต่างสนใจที่จะซื้อลิขสิทธิ์ฉายทั่วโลกของภาพยนตร์